ลงทะเบียนยานพาหนะ

มหาวิทยาลัยให้บริการสถานที่จอดรถสำหรับบุคลากรและนักศึกษา โดยวิทยาเขตกล้วยน้ำไท มีอาคารจอดรถ 7 ชั้นสามารถจอดได้ประมาณ 600 คัน ส่วนวิทยาเขตรังสิตมีลานจอดรถและพื้นที่ว่างสามารถจอดรถได้เพียงพอกับจำนวนนักศึกษา

เพื่อเป็นการบริการให้กับบุคลากร และนักศึกษาที่ประสงค์จะนำยานพาหนะเข้ามาจอดภายในมหาวิทยาลัยจึงได้ออกสติกเกอร์ติดรถยนต์สำหรับนำรถเข้ามาจอดเพื่อป้องกันบุคคลภายนอกที่จะนำรถเข้ามาจอด และเพื่อให้การจัดการจอดยานพาหนะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ให้นักศึกษาและบุคลากร ที่ต้องการนำรถเข้ามาจอดในมหาวิทยาลัย ติดต่อลงทะเบียนยานพาหนะ และจะได้รับสติกเกอร์ติดรถยนต์ของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยจะอนุญาตให้รถยนต์ที่มีสติ๊กเกอร์ของมหาวิทยาลัยเท่านั้น ถึงมีสิทธิ์นำรถยนต์เข้ามาจอดภายในบริเวณมหาวิทยาลัย โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะแจกบัตรจอดรถให้ตามจำนวนรถที่มีอยู่เมื่อที่จอดรถเต็มแล้วจะห้ามยานพาหนะทุกชนิดเข้าบริเวณมหาวิทยาลัย จนกว่าจะมีผู้ขับขี่ยานพาหนะออกนอกบริเวณมหาวิทยาลัย และเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยจะขอรับบัตรจอดรถคืน เมื่อผู้ขับขี่จะนำยานพาหนะออกนอกมหาวิทยาลัย

นักศึกษาที่มีความประสงค์จะลงทะเบียนยานพาหนะเพื่อขอสติ๊กเกอร์ติดรถยนต์ โปรดเตรียมหลักฐาน ดังนี้
รถป้ายทะเบียนถาวร
  1. บัตรประจำตัวนักศึกษา
  2. ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์
  3. สำเนาหนังสือคู่มือจดทะเบียนรถยนต์
  4. หนังสือให้ความยินยอมจากเจ้าของรถยนต์
รถป้ายทะเบียนชั่วคราว (ป้ายแดง)
  1. บัตรประจำตัวนักศึกษา
  2. ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์
  3. หนังสือคู่มือทะเบียนรถป้ายแดง
  4. หนังสือสัญญาการซื้อขายหรือเช่าซื้อรถยนต์ป้ายแดง ที่ระบุชื่อผู้ซื้อ ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์มาแสดงเป็นหลักฐาน
  5. หนังสือให้ความยินยอมจากเจ้าของรถยนต์
เปลี่ยนสติ๊กเกอร์หรือต่ออายุบัตรจอดรถ
  1. สติ๊กเกอร์ปีที่แล้ว
  2. สำเนาทะเบียนรถ (กรณีเปลี่ยนรถคันใหม่)
  3. บัตรประจำตัวนักศึกษา

หมายเหตุ

  1. หนังสือให้ความยินยอมจากเจ้าของรถยนต์ (ต้องยื่นหลักฐานในกรณีที่นักศึกษาผู้นำรถยนต์มาใช้มีนามสกุลไม่ตรงกับนามสกุลของเจ้าของรถยนต์ ที่ระบุตามในหนังสือคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ พร้อมทั้งต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถยนต์มาด้วย
  2. สำหรับนักศึกษาที่ใช้รถป้ายแดง จะอนุญาตให้นำรถยนต์เข้ามาจอดได้ โดยได้รับสติ๊กเกอร์สำหรับป้ายแดงเมื่อได้รับป้ายทะเบียนถาวรแล้ว จะต้องนำหลักฐานมาแสดงเพื่อขอเปลี่ยนสติ๊กเกอร์ติดรถยนต์สำหรับป้ายถาวรต่อไป
  3. นักศึกษาที่ไม่เคยทำบัตรจอดรถทุกคนต้องเข้าร่วมอบรม “ โครงการขับขี่อย่างปลอดภัย” โดยจะได้บัตรจอดรถชั่วคราวก่อน หลังจากอบรมแล้วจึงได้สติ๊กเกอร์ติดรถ
  4. นักศึกษา 1 คน สามารถลงทะเบียนยานพาหนะได้จำนวน 2 คัน โดยเสียค่าลงทะเบียนยานพาหนะ 100 บาท ต่อปีการศึกษา
  5. กรณีต้องการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการใช้รถคันเก่า ต้องนำสติ๊กเกอร์คันที่จะเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกมาคืนที่ฝ่ายบริการการศึกษาและสวัสดิการ และนำหลักฐานคู่มือจดทะเบียนรถหรือสำเนารถคันใหม่มาแสดง จึงจะออกสติ๊กเกอร์คันใหม่ให้
รูปแบบสติ๊กเกอร์ติดรถยนต์

นักศึกษาภาคปกติกล้วยน้ำไท

นักศึกษาภาคปกติรังสิต

นักศึกษาปริญญาโท / เอก

อาจารย์ประจำ/บุคลากร

อาจารย์พิเศษ

นักศึกษาภาคพิเศษ

ประกันอุบัติเหตุ

มหาวิทยาลัยเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับนักศึกษา จึงได้ให้นักศึกษาทำประกันอุบัติเหตุสำหรับนักศึกษาปี 1-4 ชำระเบี้ยประกันพร้อมค่าลงทะเบียน สำหรับนักศึกษานอกรุ่นต้องสมัครด้วยตนเอง ซึ่งนักศึกษาจะได้รับความคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง จนครบ 1 ปีการศึกษา โดยมีเงินประกันคุ้มครองคนละ 150,000 บาท ในกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และ 10,000 บาท ในกรณีเสียชีวิตที่ไม่เกี่ยวกับอุบัติเหตุ ส่วนค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 30,000 บาท ต่ออุบัติเหตุ 1 ครั้ง ในปีการศึกษานี้ มหาวิทยาลัยได้ทำประกันอุบัติเหตุสำหรับนักศึกษากับบริษัท เมืองไทยประกันภัย

ผลประโยชน์พื้นฐาน

นักศึกษาที่ทำประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (กลุ่ม) จะได้รับการคุ้มครองผลประโยชน์พื้นฐาน ดังนี้

  1. เสียชีวิต
    • เสียชีวิต เนื่องจากอุบัติเหตุ
      – วงเงินประกันไม่เกินคนละ 150,000.- บาท สำหรับนักศึกษา/นักกีฬาทุน
    • เสียชีวิต นอกเหนือจากอุบัติเหตุ
      – วงเงินประกันไม่เกินคนละ 10,000.- บาท สำหรับนักศึกษา/นักกีฬาทุน
  2. สูญเสียอวัยวะ สายตา การรับฟัง การพูดออกเสียง หรือทุพพลภาพถาวร
    – วงเงินประกันไม่เกินคนละ 150,000.- บาท สำหรับนักศึกษา/นักกีฬาทุน
  3. ค่ารักษาพยาบาล
    กรณีประสบอุบัติเหตุ ต้องรับการรักษาในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฏหมาย เป็นคลีนิค โพลีคลีนิค หรือโรงพยาบาล บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่ารักษาพยาบาลต่างๆตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยค่ารักษาพยาบาลต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง ในวงเงินไม่เกิน 30,000.-บาท (สามหมื่นบาทถ้วน)สำหรับนักศึกษา   80,000.-บาท(แปดหมื่นบาทถ้วน) สำหรับนักกีฬาทุน

ภัยพิเศษ นักศึกษาที่ทำประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (กลุ่ม) จะได้รับการคุ้มครองสำหรับภัยพิเศษ ต่อไปนี้

  1. การถูกฆาตกรรมหรือถูกทำร้ายร่างกายโดยเจตนา
  2. การขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์
  3. การจราจลและนัดหยุดแรงงาน

อาณาเขตคุ้มครอง : ทั่วโลก
ระยะเวลาการคุ้มครอง : 24 ชั่วโมง วันเริ่ม-สิ้นสุดตามบัตร PA

แนวทางปฏิบัติในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
  1. ค่ารักษาพยาบาล
      1. กรณีเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลในโครงการ
        แสดงบัตร PA Medical (ติดต่อรับบัตรได้ที่แผนกบริการฯ) โดยไม่ต้องสำรองจ่าย เฉพาะรายการที่อยู่ในความคุ้มครอง
      2. กรณีเบิกค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากการบาดเจ็บ
        วิธีปฏิบัติสำหรับนักศึกษา กรณีสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล ส่งหลักฐานประกอบดารเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนดังนี้
  • ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เนื่องจากอุบัติเหตุ ซึ่งกรอกรายละเอียดครบถ้วน (ติดต่อขอแบบฟอร์มที่แผนกบริการฯ)
  • หลักฐานทางการแพทย์เช่น ใบรับรองแพทย์ และผลการรักษา (ต้นฉบับ)
  • ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาล (ต้นฉบับ)
  • สำเนาบัตรประชาชนของนักศึกษา
  • สำเนาเลขที่บัญชีธนาคารที่ต้องการให้โอนเงินเข้า

หมายเหตุ  มหาวิทยาลัยจะเป็นผู้ดำเนินการส่งหลักฐานดังกล่าวข้างต้น ให้กับบริษัทประกันเพื่อดำเนินการต่อไป

  • กรณีสูญเสียอวัยวะ สายตา การรับฟัง การพูดออกเสียง ทุพพลภาพถาวร
      1. กรณีสูญเสียอวัยวะ ต้องมีภาพถ่ายอวัยวะที่สูญเสีย และภาพถ่ายเต็มตัวของนักศึกษา
      2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนักศึกษา
      3. กรณีทุพพลภาพถาวร ถ้านักศึกษาตกเป็นเสมือนผู้ไร้ความสามารถ จะต้องแนบคำสั่งศาล และแต่งตั้งผู้พิทักษ์ ถ้านักศึกษาตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ จะต้องแนบคำสั่งศาล และแต่งตั้งผู้อนุบาลด้วย

    หมายเหตุ  มหาวิทยาลัยจะเป็นผู้ดำเนินการส่งหลักฐานดังกล่าวข้างตันให้กับบริษัทประกันเพื่อดำเนินการต่อไป

  • กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ/นอกเหนือจากอุบัติเหตุ
    วิธีการปฏิบัติ  ให้ญาติ หรือผู้รับผลประโยชน์ปฏิบัติดังนี้ ส่งหลักฐานในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้บริษัทฯ ภายใน 30 วัน แต่ไม่เกิน 180 วัน นับแต่วันที่นักศึกษาเสียชีวิต
    หลักฐานที่ใช้ประกอบคำร้อง ดังนี้

 

    1. ใบมรณะบัตรของนักศึกษา
    2. สำเนาบันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจ
    3. สำเนาใบชันสูตรพลิกศพของแพทย์
    4. สำเนาทะเบียนบ้านของนักศึกษา และผู้รับผลประโยชน์
    5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนักศึกษา และผู้รับผลประโยชน์
    6. กรณีผู้รับผลประโยชน์เป็นผู้เยาว์ ต้องมีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้แทนโดยชอบธรรมด้วย
    7. เอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)

หมายเหตุ  มหาวิทยาลัยจะเป็นผู้ดำเนินการส่งหลักฐานดังกล่าวข้างตันให้กับบริษัทประกันเพื่อดำเนินการต่อไป

การรักษาพยาบาลที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขความคุ้มครอง
  1. การบาดเจ็บที่ตา เนื่องจากฝุ่นละอองหรือสิ่งแปลกปลอมอื่นมากระทบ หรือเข้าตาโดยไม่มีร่องรอยของการบาดเจ็บ เช่น ถลอก ฉีกขาดที่ดวงตา หรือเยื่อบุตา หรือไม่มีการเขี่ยเอาสิ่งแปลกปลอมออกจากตา
  2. อุบัติเหตุที่ไม่พบร่องรอยการบาดเจ็บที่เห็นได้ชัดจากภายนอก เช่นฟกช้ำ ถลอก
  3. การรักษาที่ไม่ได้เกิดจากคำสั่งการรักษาของแพทย์โดยตรง
  4. ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ (LAB) คุ้มครองเฉพาะ CBC, ANTI HIV ในกรณีที่มีการผ่าตัด สำหรับกรณีอื่นๆ บริษัทฯ จะพิจารณาตามความเหมาะสม
  5. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่มิใช่ค่ารักษาพยาบาล เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าหนังสือพิมพ์ ค่าโทรทัศน์ ค่าเครื่องดื่ม ค่าอาหารพิเศษ ค่าใบรับรองแพทย์ ค่าประวัติการรักษา ค่า SET ADMIT ค่าเวชระเบียน ค่าบริการทางการแพทย์อื่นๆ ค่าแพทย์นิติเวช ค่าเบ็ดเตล็ด ค่าบริการอื่นๆ ค่าธรรมเนียมแพทย์พิเศษ ค่าบริการโรงพยาบาล
  6. ค่ารถพยาบาลบริษัทฯ จะพิจารณาตามความจำเป็นทางการแพทย์
  7. ค่าเอกซเรย์ปอด ค่าตรวจคลื่นหัวใจก่อนการผ่าตัด เวชภัณฑ์ 2

การแจ้งของหาย รับมอบของหาย การรับของคืน

แผนกบริการและสวัสดิการนักศึกษา ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรับแจ้งของหาย การมอบและรับคืนของหาย หากนักศึกษาทำของหายหรือพบสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าสตางค์ กุญแจ สิ่งของอื่นๆ ก็ขอให้นำมาแจ้งมอบ หรือติดต่อสอบถามว่ามีผู้ใดพบเห็น หรือเก็บสิ่งของของตนได้บ้าง ซึ่งมีขั้นตอนในการดำเนินการต่างๆ ดังนี้

การแจ้งของหาย

เมื่อนักศึกษาทำสิ่งของหาย ขอให้มาติดต่อกับแผนกบริการและสวัสดิการนักศึกษา เพื่อกรอกแบบฟอร์มและรายละเอียดของสิ่งของที่ทำหาย เช่น ลักษณะสิ่งของ สถานที่ เวลา ชื่อ นามสกุลผู้ทำหาย และให้นักศึกษามาติดต่อตามเรื่องภายในวันนั้นอีกครั้ง หากยังไม่ได้รับคืนก็ให้มาติดตามอยู่เสมอ

การรับมอบของหาย

บุคคลผู้เก็บของได้ จะนำมามอบให้ที่แผนกบริการและสวัสดิการนักศึกษา โดยจะให้ผู้นำสิ่งของมามอบกรอกแบบฟอร์มรับมอบของหาย โดยระบุรายละเอียดของสิ่งของที่เก็บได้ เช่น ลักษณะสิ่งของ สถานที่ เวลา ชื่อ-นามสกุลผู้เก็บสิ่งของได

การรับของคืน

นักศึกษาที่ทำสิ่งของหาย สามารถติดต่อขอรับของคืนได้จากแผนกบริการและสวัสดิการนักศึกษา โดยนักศึกษาต้องแจ้งลักษณะของสิ่งของที่ตนทำหายโดยละเอียด และเมื่อทางแผนกบริการฯ แน่ใจว่าเป็นของนักศึกษาผู้นั้นก็จะคืนให้ โดยนักศึกษาจะต้องกรอกรายละเอียด เช่น ชื่อ-นามสกุล รหัส คณะ ในแบบฟอร์มรับมอบของหาย และเซ็นชื่อรับมอบอีกครั้งในสมุรับมอบ เพื่อเป็นหลักฐานในการรับของคืน หากล่วงเลยเวลา มหาวิทยาลัยจะนำออกประมูลนำเงินเข้ากองทุนต่างๆ ต่อไป

ห้องพยาบาล

วิทยาเขตกล้วยน้ำไท - City Campus

เวลาเปิดให้บริการ
จันทร์ – เสาร์ เวลา 8.30 น. ถึง 21.00 น.
อาทิตย์ เวลา 8.30 น. ถึง 17.00 น.
เวลาแพทย์ออกตรวจ
จันทร์ – เสาร์ ช่วงเช้า   เวลา 10.00 น. ถึง 13.00 น.
ช่วงบ่าย  เวลา 16.00 น. ถึง 19.00 น.

วิทยาเขตรังสิต - Rangsit Campus

เวลาเปิดให้บริการ
จันทร์ – เสาร์ เวลา 8.30 น. ถึง 17.00 น.
 
เวลาแพทย์ออกตรวจ
จันทร์ – เสาร์ เวลา 13.00 น. ถึง 16.00 น.
ศุกร์ เวลา 09.00 น. ถึง 12.00 น.

ระเบียบปฏิบัติการใช้ห้องพยาบาล

เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการใช้ห้องพยาบาลและเพื่อเป็นหลักฐานในการพยาบาล มหาวิทยาลัยได้กำหนดข้อปฏิบัติสำหรับนักศึกษาและบุคลากรที่จะใช้บริการดังต่อไปนี้

การขอรับยา

  1. นักศึกษาต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย
  2. หากมีประวัติการแพ้ยา ให้แจ้งพยาบาลทราบทุกครั้ง ถึงแม้ว่าจะจำชื่อยาได้หรือไม่ได้ก็ตาม
  3. นักศึกษาที่ป่วย (เจ้าตัวมาเอง) ต้องการยาหรือทำหัตถการต่างๆ ให้แจ้งพยาบาล
  4. ให้เขียนประวัติตนเองในสมุดเบิกเวชภัณฑ์
  5. รับยา / ทำหัตถการพร้อมรับคำแนะนำ / ปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากพยาบาลหรือให้เข้าพักที่ห้องพยาบาล หากอาการไม่ดีขึ้นหรือเกินความสามารถของห้องพยาบาล พยาบาลจะพิจารณาส่งตัวไปโรงพยาบาล สำหรับนักศึกษาจะติดต่อผู้ปกครองให้ทราบ

หมายเหตุ นักศึกษาจะได้รับยาที่พยาบาลสามารถจ่ายได้เพื่อบรรเทาอาการเพียง 1 หรือ 2 มื้อ เท่านั้น และไม่อนุญาตให้รับยาแทนผู้อื่น และเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้มารับบริการ ห้ามผู้มาติดต่อใช้โทรศัพท์มือถือในห้องพยาบาล

การพบแพทย์

  1. นักศึกษาต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย
  2. แจ้งความประสงค์ต้องการพบแพทย์
  3. แสดงบัตรนักศึกษา หรือเอกสารที่เป็นของมหาวิทยาลัย เช่นใบลงทะเบียนแนบด้วยบัตรประชาชน
  4. หากมีประวัติการแพ้ยา ให้แจ้งพยาบาลทราบทุกครั้ง ถึงแม้ว่าจะจำชื่อยาได้หรือไม่ได้ก็ตาม
  5. นั่งรอเรียกชื่อเพื่อให้แพทย์ตรวจตรงบริเวณที่จัดให้ด้วยความเรียบร้อย
  6. ปิดโทรศัพท์มือถือก่อนเข้าพบแพทย์
  7. รับยาตามใบสั่งยาของแพทย์ หรือเข้าพักที่ห้องพยาบาลตามคำสั่งแพทย์ หรือส่งต่อ/แนะนำไปโรงพยาบาลตามคำสั่งแพทย์พร้อมทั้งติดต่อผู้ปกครอง (ในกรณีส่งต่อนักศึกษาไปโรงพยาบาล)
  8. รับคำแนะนำจากพยาบาล

การขอนอนพักในห้องพยาบาล

  1. นักศึกษาต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย
  2. แจ้งให้พยาบาลทราบถึงอาการซึ่งจะอยู่ในดุลพินิจของพยาบาล์
  3. แสดงบัตรนักศึกษา หรือเอกสารที่เป็นของมหาวิทยาลัย เช่นใบลงทะเบียนแนบด้วยบัตรประชาชน
  4. ให้เขียนประวัติของตนเอง สาเหตุการเจ็บป่วย และเวลาเข้าพักในสมุดเบิกเวชภัณฑ์
  5. อาจได้รับยาที่พยาบาลสามารถจ่ายได้ หรือการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วแต่กรณ
  6. ปิดโทรศัพท์มือถือก่อนเข้าพักพร้อมทั้งวางบัตรนักศึกษาไว้ที่พยาบาล
  7. พยาบาลจะเป็นผู้นำเข้าพักเท่านั้น
  8. ไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม ยกเว้นได้รับอนุญาตจากพยาบาล
  9. อนุญาตให้เข้าพักได้ไม่เกิน 17.00 น. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพยาบาลเวรเป็นราย ๆ ไป สำหรับนักศึกษาหากอาการไม่ดีขึ้นให้แจ้งผู้ปกครองมารับ
  10. ลงเวลาออกในสมุดเบิกเวชภัณฑ์พร้อมทั้งรับบัตรคืน

การออกใบส่งตัว

นักศึกษาทั่วไป 

  1. อุบัติเหตุ(เฉพาะ OPD Case ตามเห็นสมควรของแพทย์ หรือพยาบาล)วงเงินไม่เกิน 30,000 บาท/Case จะออกให้เฉพาะครั้งแรกเท่านั้น
  2. เจ็บป่วยฉุกเฉิน(เฉพาะ OPD Case ตามเห็นสมควรของแพทย์หรือพยาบาล)วงเงินไม่เกิน 2,000 บาท/Case ใช้ได้เฉพาะครั้งแรกครั้งเดียว

หมายเหตุ จะออกใบส่งตัวได้เฉพาะโรงพยาบาลเทพธารินทร์ (ใกล้ที่สุด) โรงพยาบาลสุขุมวิท โรงพยาบาลกรุงเทพ ใบส่งตัวจะออกให้ครั้งแรกเท่านั้นในกรณีอุบัติเหตุ หากแพทย์นัดหรือ Admit นักศึกษาต้องสำรองจ่ายเงินก่อนแล้วนำใบเสร็จรับเงินกับใบรับรองแพทย์มาทำเรื่องเบิกที่แผนกบริการฯ กรณีเจ็บป่วยทั่วไปเบิกคืนไม่ได้ทุกกรณี

นักกีฬาของมหาวิทยาลัย

  1. อุบัติเหตุรีบด่วน วงเงิน 80,000 บาท/Case ให้ส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
  2. อุบัติเหตุทั่วไปหรือแพทย์นัด วงเงิน 50,000 บาท/Case ให้ส่งโรงพยาบาลสุขุมวิทเท่านั้น
  3. เจ็บป่วยฉุกเฉินใช้ระเบียบเดียวกับนักศึกษาทั่วไป

การขอใช้กระเป๋าล่วมยา

นักศึกษาทั่วไป

ให้นักศึกษาติดต่อทำเรื่องขอใช้กระเป๋าล่วมยาที่อาจารย์แผนกกิจกรรมสำนักกีฬาและกิจกรรมนักศึกษา และให้นำบัตรนักศึกษามาเป็นหลักฐานในการยืมโดยมารับกระเป๋าก่อนถึงวันกำหนดยืม 1 วันทำการ

หมายเหตุ    

  1. ชนิดและประเภท รวมทั้งการใช้ยาจะมีรายละเอียดแนบติดกับแบบฟอร์มขออนุเคราะห์กระเป๋าล่วมยา และด้านหลังของกระเป๋าล่วมยา
  2. การขอใช้กระเป๋าล่วมยานี้ให้รวมถึงสหกรณ์ร้านค้า และสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยกรุงเทพจำกัดด้วย

ตั๋วรถไฟครึ่งราคา

เพื่อความสะดวกและเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิมของนักศึกษา ในช่วงระหว่างปิดภาคการศึกษา โดยใช้บริการรถไฟเฉพาะชั้น 3 มหาวิทยาลัยจึงอำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้นักศึกษาที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี ได้ทำบัตรโดยสารรถไฟครึ่งราคา โดยต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้

  1. สำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อผู้ปกครองต่างจังหวัด 1 ฉบับ
  2. รูปถ่ายนักศึกษาขนาด 1 นิ้ว 1 รูป
  3. ค่าธรรมเนียมบัตรใหม่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยคนละ 5 บาท

สำหรับกรณีนักศึกษาที่มีบัตรเก่าอยู่แล้ว ให้นำบัตรมาต่ออายุ โดยนักศึกษาสามารถติดต่อทำบัตรได้ที่แผนกบริการและสวัสดิการนักศึกษาทั้ง 2 วิทยาเขต

เขตสูบบุหรี่

วิทยาเขตกล้วยน้ำไท - City Campus

  1. ลานจอด 3(ห้องช่าง)
  2. หลังอาคาร 7
  3. หลังอาคาร 3
  4. หลังอาคาร 8

วิทยาเขตรังสิต - Rangsit Campus

Zone A

  1. ข้างอาคาร A4 (ฝั่งลานจอดรถ 2)
  2. ด้านหลังอาคาร A4
  3. ข้างห้องน้ำหลังอาคาร A7 (ฝั่งติดศาลาพักใจ)
  4. หลังที่ทำการสโมสรนักศึกษาใหม่ (ข้างลานจอดรถ 3)
  5. หลังอาคาร A8

Zone B

  1. ระหว่างอาคาร B1 และ B2 (ข้างคูน้ำ)
  2. ริมสระบัวข้างอาคาร B4
  3. หลังอาคาร B5

Zone C

  1. ใต้ต้นไทรระหว่างหอสมุดและโรงอาหารคณะนิเทศ ฯ
  2. ข้างอาคาร C2 (ฝั่งติดโรงอาหารคณะนิเทศ ฯ)
  3. ระหว่างอาคาร C2 และ C3
  4. หลังอาคาร Cinematic and Digital Arts
  5. หลังร้านถ่ายเอกสารข้างจุดจอดรถบัสคณะนิเทศศาสตร์ (ฝั่งตรงข้ามอาคาร C1)

การดำเนินการกับนักศึกษาที่สูบบุหรี่นอกเขตพื้นที่สูบบุหรี่

ครั้งที่ 1     ตักเตือนด้วยวาจา พร้อมบันทึกประวัติลงในแบบฟอร์ม นักศึกษานำแบบฟอร์มไปยื่นให้รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาลงนามรับทราบ

ครั้งที่ 2     บันทึกประวัติ พร้อมส่งชื่อให้รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร รวมทั้งกำหนดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ที่ช่วยในการปรับพฤติกรรม

ครั้งที่ 3     บันทึกประวัติ และเชิญผู้ปกครองเพื่อชี้แจงโทษ

ครั้งที่ 4     บันทึกประวัติ และเสนอเรื่องเข้ากรรมการปกครอง

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ( ฉบับที่ 19 ) พ.ศ. 2553

ข้อ2. ให้สถานที่ดังต่อไปนี้เป็นสถานที่สาธารณะที่ให้มีการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่โดยกำหนดให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด

  1. สถานบริการสาธารณสุขและส่งเสริมสุขภาพ
  2. สถานศึกษา
    2.3 สถานศึกษาระดับอุดมศึกษา เฉพาะส่วนที่เป็นอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
  3. สถานที่สาธารณะที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน
  4. ยานพาหนะและสถานที่ขนส่งสาธารณะ
  5. ศาสนสถาน