สมัครเรียน ร.ด.

การเรียนรักษาดินแดนของมหาวิทยาลัย จะครอบคลุมทั้งนักศึกษาชายและหญิงที่จะสมัครใหม่หรือที่เรียนมาและ แล้วต้องการเรียนต่อเนื่องจนจบหลักสูตรการฝึกรักษาดินแดนเพื่อปลดเป็นทหารกองประจำการ และแต่งตั้งยศเป็นสิบเอกหรือว่าที่ร้อยตรี โดยเตรียมเอกสารในการสมัครหรือรายงานตัวให้ครบ เพื่อยื่นให้แผนกบริการและสวัสดิการนักศึกษาต่อไป
การสมัครเรียนรักษาดินแดนของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จะเริ่มในช่วงลงทะเบียนนักศึกษาใหม่ โดยนักศึกษาที่มีความประสงค์จะเรียนรักษาดินแดนจะต้อง เตรียมหลักฐานสำหรับสมัครเรียน ดังนี้

• การสมัครของ นศท.ชั้นปีที่ 1

หน่วยบัญชาการรักษาดินแดนได้กำหนดระเบียบการสมัครและรายงานตัวเรียนรักษาดินแดนต้องมีคุณลักษณะและคุณสมบัติ ดังนี้

 

คุณลักษณะ

 

               1. เป็นชายหรือหญิงมีสัญชาติไทย

               2. อายุไม่เกิน 22 ปีบริบูรณ์ นับตามกฎหมายหว่าด้วยการรับราชการทหาร และต้องได้รับความยินยอมจาก บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง

               3. ไม่พิการ ทุพพลภาพ หรือมีโรค ซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร ตามมาตรา 14 กฎกระทรวงฯ ฉบับที่ 7 พ.ศ.2540

               4. มีดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ในเกณฑ์ปกติ ชาย ต้องน้อยกว่า 35 กิโลกรัม/ตารางเมตร และหญิง ต้องน้อยกว่า 30 กิโลกรัม/ตารางเมตร (ดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนักตัว (กก) / ส่วนสูง 2 เมตร)

               5. มีน้ำหนัก ขนาดรอบตัว ขนาดส่วนสูง ตามส่วนสัมพันธ์ ดังนี้

 

               6. มีความประพฤติเรียบร้อย และไม่มีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกประเภท

               7. ไม่เป็นทหารประจำการ กองประจำการ หรือถูกกำหนดตัวเข้ากองประจำการแล้ว

คุณสมบัติ

1. เป็นชายหรือหญิง และ มีสัญชาติไทย

2. สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไปและมีผลการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตั้งแต่ 1.00 ขึ้นไป (คิดเฉพาะชั้น ม.3 เท่านั้น)

3. มีน้ำหนัก ส่วนสูง ขนาดรอบตัว ตามหน่วยบัญชาการ รักษาดินแดนกำหนด และต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

                         – นักศึกษาชาย ลุกนั่ง 34 ครั้ง ใน 2 นาที ดันพื้น 22 ครั้ง ใน 2 นาที วิ่ง 800 เมตร ใน 3 นาที 15 วินาที
– นักศึกษาหญิง ลุกนั่ง 25 ครั้ง ใน 2 นาที ดันพื้น 15 ครั้ง ใน 2 นาที วิ่ง 800 เมตร ใน 4 นาที

 

หลักฐานการสมัคร นศท.ชั้นปีที่ 1

1. รูปถ่ายขนาด 3 x 4 ซม. (ติดใบสมัคร และ ใบประวัติ นศท.) จำนวน 2 รูป2. ใบสมัคร (แบบ รด.1)ต้องให้ผู้ปกครองลงนามคำยินยอมจากด้วย (รับได้ในวันสมัครที่มหาวิทยาลัย)
3. หลักฐานการศึกษา แสดงผลสำเร็จมัธยมปีที่ 3 ถ่ายจากต้นฉบับจริง โดยสถานศึกษาปัจจุบันรับรองคะแนนเฉลี่ยและรับรองสำเนาถูกต้อง
4. สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 2 ฉบับ (ผู้ปกครองลงนามรับรองสำเนา)
5. ใบรับรองแพทย์ออกโดยแพทย์ปริญญาผู้จดทะเบียนประกอบโรคศิลป์แผนปัจจุบัน ชั้น 1 จากโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชนซึ่งรัฐบาลรับรองหรือหน่วยตรวจโรคของทหาร
6. สำเนา สด. 9 จำนวน 2 ฉบับ (เฉพาะ นศท. ชาย)
7. สำเนา สด .35 จำนวน 2 ฉบับ สำหรับผู้มีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ (เฉพาะ นศท.ชาย )
8.ค่าบำรุง และทำบัตรประจำตัว จำนวน 680 บาท (ชำระเมื่อได้ผ่านขั้นตอนการรับสมัครของหน่วยบัญชาการ รักษาดินแดนเรียบร้อยแล้ว)

• การโอนย้ายเรียนจากสถานศึกษาเดิม

 

นศท. ที่มีสถานศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี และต่างจังหวัด ให้เตรียมหลักฐานดังนี้

          1. ใบรับรองการฝึกวิชาทหารฉบับจริงจากสถานศึกษาเดิม พร้อมสำเนา 1 ฉบับ

          2. ใบรายงานตัวสี ขาว ( แบบ รด. 2) ต้องให้ผู้ปกครองลงนามยินยอมด้วย รับได้ที่มหาวิทยาลัยในวันสมัคร

          3. ใบ สด.9 ฉบับจริง พร้อมสำเนา 2 ฉบับ (เฉพาะนักศึกษาวิชาทหาร ชั้นปีที่ 1 – 3 ชาย)

          4. ใบทะเบียนบ้านฉบับจริง พร้อมสำเนา 1 ฉบับ

          5. รูปถ่ายแต่งเครื่องแบบ นศท. ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป

          6. สำเนาบัตรประชาชน 1 ฉบับ

          7. อื่นๆ เช่น หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล ของผู้สมัคร หรือของบิดา มารดา พร้อมสำเนาจำนวน 2 ฉบับ

 

หมายเหตุ : เอกสารที่ถ่ายสำเนาให้เขียน รับรองสำเนาถูกต้อง พร้อมทั้งเซ็นชื่อกำกับทุกฉบับ

 

          การแต่งเครื่องแบบ นศท.

           ใช้อาร์มแขนของมหาวิทยาลัย สามารถซื้อได้ที่ร้านสหกรณ์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทั้ง 2 วิทยาเขต และติดเครื่องหมาย
ชั้นปีและ เครื่องหมายจังหวัดเป็น กท ให้เรียบร้อย (ยกเว้น นศท.ชั้นปีที่ 1 (ชาย) ที่เพิ่งสมัครใหม่แต่งชุดนักศึกษา นศท. (หญิง) แต่งชุดกีฬา) ตัดผม ทรงนักเรียนด้านข้างและด้านหลังศีรษะสั้นเกรียน ความยาวด้านหน้าไม่เกิน 5 ซม. (สำหรับ ชั้นปีที่ 1 – 3 )ตัดผม ทรงนักเรียนด้านข้างและด้านหลังศีรษะสั้นเกรียน ความยาว ด้านหน้าไม่เกิน 5 ซม. ตามระเบียบของหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน

 

• การเลื่อนชั้น ซ้ำชั้นเรียนโดยไม่ได้โอนย้ายสถานศึกษา

          1. ให้นศท. เขียนใบรายงานตัว ( แบบ รด. 2) ต้องให้ผู้ปกครองลงนามยินยอมด้วย

          2. รูปถ่ายชุดนักศึกษาวิชาทหาร ขนาด 1 นิ้ว 2 รูป

          3. สำเนาบัตรประชาชน 1 ฉบับ

          4. แต่งเครื่องแบบ นศท. ใช้อาร์มแขนของมหาวิทยาลัย และติดเครื่องหมายชั้นปี และอาร์มคำขวัญของ นศท.ให้เรียบร้อย

          5. ตัดผมแบบรองทรงสูง ความยาวด้านหน้าไม่เกิน 7 ซม. (สำหรับ ชั้นปีที่ 4และชั้นปีที่ 5 ) ตัด ผม ทรงนักเรียนด้านข้างและด้านหลังศีรษะสั้นเกรียน ความยาว

ด้านหน้าไม่เกิน 5 ซม .

          6. นศท. จะต้องชำระเงินบำรุง คนละ 650 บาท เฉพาะ นศท.ชั้นปีที่ 1-3 เท่านั้น (นศท.ชั้นปีที่ 4,5 ไม่ต้องชำระเงินบำรุง)

          7. ให้ นศท.รายงานตัวทั้งหมด 5 สถานี

ขอผ่อนผัน รอรับสิทธิ์

กรณี นศท.เรียนวิชาทหารสูงกว่าชั้นเรียนสามัญจะต้องทำเรื่องขอรอรับสิทธิ์ เช่น นาย ก.เรียนอยู่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 1 และเรียนจบ รด.ปี 4 แล้ว นาย ก. สอบเข้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และประสงค์ จะขอเรียน รด.ปี 5 ต่อ ลักษณะนี้ย่อมทำให้ได้เพราะชั้นปีของวิชาทหารสูงกว่าชั้นเรียนสามัญ จะต้องขอรอรับสิทธิ์ไว้เรียน รด.ปี 5 ในปีการศึกษาปีถัดไป คือ ปีที่ นาย ก. เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือกรณีมารายงานตัวไม่ทันภายในเวลาที่กำหนด

กรณีขอผ่อนผัน ได้แก่ผู้มีโอกาสเรียนแต่เรียนไม่ได้ เช่น ร่างกายไม่ได้ขนาด ไม่ผ่านการตรวจโรคของแพทย์จากกองอำนวยการรับสมัคร เจ็บป่วยหรือได้รับทุนการศึกษาไปต่างประเทศ ฯลฯ

หลักฐานที่ต้องใช้คือ ใบรับรองการฝึกวิชาทหาร ตัวจริง พร้อมสำเนา จำนวน 1 ฉบับ

บัตรประจำตัว นศท. ผู้ที่มีบัตรประจำตัว นศท. อยู่แล้วแต่ชำรุดสูญหาย หรืออาจไม่เคยมีบัตรประจำตัวอยู่เดิม หรือโอนย้ายมาจากสถานศึกษาอื่น และ นศท.ชั้นปีที่ 1 ที่สมัครเรียบร้อยแล้ว ให้ดำเนินการทำบัตรใหม่ในวันสมัครและรายงานตัว ถ้าทำหลังจากวันดังกล่าวสามารถทำได้ที่กองกำลังพล ศูนย์การกำลังสำรอง โดยเสียค่าทำบัตร คนละ 30 บาท

 


การขอยกเว้นการเรียกมาตรวจเลือกของนักศึกษาวิชาทหาร

นักศึกษาวิชาทหาร(ชาย) ชั้นปีที่ 1,2 และ 3 ที่มีอายุครบ 20 ปีปริบูรณ์ทุกคน หรือผู้ที่อายุผ่านการตรวจ เลือกแล้ว ซึ่งได้ย้ายมาจากสถานศึกษาอื่น ต้องมาทำการขอยกเว้นการตรวจเลือก ที่ฝ่ายบริการการศึกษาและสวัสดิการ ทั้ง 2 วิทยาเขต ภายในระยะเวลาที่กำหนด


หลักฐานที่ใช้ในการขอยกเว้นการเรียกมาตรวจเลือก

1. สด.9 ฉบับจริง พร้อมสำเนา จำนวน 3 ฉบับ

2. ใบทะเบียนบ้านฉบับจริง พร้อมสำเนา จำนวน 2 ฉบับ

3. สําเนาบัตรประจําตัวนักศึกษาวิชาทหาร จํานวน 2 ฉบับ

4. สําเนาหมายเรียกเขารับราชการทหาร(สค.35) จํานวน 3 ฉบับ

หมายเหตุ : นศท.ที่ไม่ขอใช้สิทธิ์ยกเว้นฯ หรือไม่ส่งหลักฐานดังกล่าว ภายในระยะเวลาที่มหาวิทยาลัย กำหนดถือว่าสละสิทธิ์ในการขอยกเว้นฯ

ขึ้นทะเบียนนำปลด

ผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ.2503 กำหนดให้ขึ้นทะเบียนกองประจำการและนำปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่หนึ่งโดยมิต้องเข้ารับราชการในกองประจำการ นศท. ชั้นปีที่ 3 ที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษาวิชาทหาร ให้เตรียมหลักฐานขึ้นทะเบียนและนำปลดเป็นทหารกองหนุน ซึ่งจะดำเนินการประมาณเดือนตุลาคม พฤศจิกายน ตามวัน เวลา ที่ศูนย์การกำลังสำรองจะกำหนดภายหลัง โดยจัดเตรียมหลักฐานต่างๆ ดังนี้

  1. หนังสือรับรองของสถานศึกษา ฉบับจริง 1 ฉบับ พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
  2. ทะเบียนบ้านฉบับจริง พร้อมสำเนา จำนวน 1 ฉบับ
  3. สด.9 ฉบับจริง พร้อมสำเนา จำนวน 2 ฉบับ
  4. รูปถ่ายแต่งกายเครื่องแบบ นศท.หน้าตรงไม่สวมหมวก ขาวดำ ขนาด 3×4 ซม. หรือขนาด 1 นิ้ว 2 รูป
  5. ไปรษณียบัตร จำนวน 1 ฉบับ

สำหรับผู้สอบตกวิชาทหารชั้นปีที่ 3 ให้แจ้งรับหลักฐานการขึ้นทะเบียนและนำปลดเป็นทหารกองหนุนคืนที่กองการเตรียมพล หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง

หมายเหตุ : ผู้ที่สำเร็จวิชาทหารปีการศึกษา 2555 ถ้าสำเร็จวิชาชีพตั้งแต่ระดับ ปวช. ขึ้นไปให้นำสำเนาใบ รบ. หรือประกาศนียบัตร ส่งที่กองการเตรียมพล หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เพื่อดำเนินการต่อไป

การแต่งตั้งยศ

หลักเกณฑ์การแต่งตั้งยศของนักศึกษาวิชาทหาร

การฝึกรักษาดินแดน

การฝึกภาคปฏิบัติและการฝึกชดเชย

นศท.ต้องเข้ารับการฝึกครบ 80 ชั่วโมง (20 สัปดาห์) (ร้อยละ 100) ไม่ให้สิทธิในการขาดฝึกได้ 4 ครั้ง (16 ชั่วโมง) เหมือนที่ผ่านมา (หาก นศท. มีเหตุจำเป็นขาดการฝึกต้องมีเอกสารการขาดฝึก เช่น ใบรับรองแพทย์ หรือเอกสารที่แสดงว่ามีเหตุจำเป็นต้องขาดการฝึกแนบมาพร้อมกับใบแจ้งการขาด ฝึกส่งให้ครูฝึกประจำกองร้อยโดยเร็ว มิฉะนั้นจะถูกตัดคะแนน และจะต้องเข้ารับการฝึกชดเชยให้ครบตามจำนวนที่ขาดการฝึก (รายละเอียดศูนย์การกำลังสำรองได้แจ้งให้นักศึกษาวิชาทหารทราบในวันปฐมนิเทศแล้ว)

          • การฝึกชดเชยให้ฝึกที่โรงเรียนรักษาดินแดนกําหนด

          • นศท.ที่ต้องลาหรือขาดเกิน 16 ชั่วโมง โดยเป็นผู้แทนหรือเข้าร่วมโครงการที่ นรด.กำหนด (8 โครงการ) ให้สถานศึกษาวิชาทหารยื่นเรื่องพร้อมหลักฐานประกอบให้ รร.รด.ศสร.เป็นผู้พิจารณาให้ ฝึกชดเชย

          • นศท.ที่ต้องลาหรือขาดเกิน 16 ชั่วโมง ที่เป็นเหตุสุดวิสัยให้สถานศึกษาวิชาทหาร ยื่นเรื่องพร้อมหลักฐานประกอบให้ ผบ.นรด.(ผ่าน รร.รด.ศสร.) เป็นผู้พิจารณาให้ฝึกชดเชย

          • นศท.ที่ได้รับอนุญาตลาถูกต้อง มีใบแจ้งการขาดฝึกไม่ถูกตัดคะแนนความประพฤติ

นศท.ที่ขาดโดยไม่มีใบแจ้งการขาดฝึก ให้ตัดคะแนนความประพฤติดังนี้

          • ขาดครั้งแรก ตัดคะแนนความประพฤติ 15 คะแนน

          • ขาดครั้งที่สอง ตัดคะแนนความประพฤติ 15 คะแนน (รวม 30 คะแนน)

          • ขาดครั้งที่สาม ตัดคะแนนความประพฤติ 15 คะแนน (รวม 45 คะแนน)

          • ขาดครั้งที่สี่ ตัดคะแนนความประพฤติ 15 คะแนน (รวม 60 คะแนน)

          • หาก นศท.ขาดโดยไม่มีใบแจ้งการขาดฝึก รวม 4 ครั้ง จะโดยตัดคะแนนความประพฤติ รวม 60 คะแนน ทำให้มีคะแนนความประพฤติรวมต่ำกว่า 50 คะแนน ต้องหมดสิทธิสอบ

การสอบ
หลักเกณฑ์การให้คะแนนสอบของ นศท. (1,000 คะแนน)

          1. คะแนนภาคทฤษฎี 540 คะแนน แบ่งเป็น

               • สอบภาคทฤษฎี (ข้อเขียน) 240 คะแนน

               • สอบท้ายวิชา 180 คะแนน

               • ความขยันหมั่นเพียร 60 คะแนน

               • กิจกรรมพิเศษ 60 คะแนน

          2. การสอบภาคปฏิบัติ 60 คะแนน

          3. การยิงปืน 50 คะแนน

          4. การฝึกภาคสนาม 350 คะแนน

รวม 1,000 คะแนน

การสอบภาคปฏิบัติ

นศท.ทุกชั้นปีต้องเข้ารับการสอบภาคปฏิบัติในวันที่กำหนด

การสอบภาคทฤษฎี

นศท. แต่ละชั้นปี จะต้องได้คะแนนรวมจากการสอบภาคทฤษฎีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 (120 คะแนน) จึงจะมีสิทธิ์เข้ารับการฝึกภาคสนาม หากมีคะแนนการสอบภาคทฤษฎีต่ำกว่าร้อยละ 50 ต้องทำการสอบซ่อม และต้องมีผลคะแนนสอบซ่อมผ่านตามเกณฑ์ จึงจะมีสิทธิ์เข้ารับการฝึกภาคสนาม

การฝึกภาคสนาม

คุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึกภาคสนาม

               • มีเวลาเข้ารับการฝึกภาคปกติครบ ๘๐ ชั่วโมง

               • ผ่านการสอบภาคปฏิบัติและทฤษฎี

               • มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ชายน้อยกว่า 35 กก./ตารางเมตร หญิงน้อยกว่า 30 กก./ตารางเมตร และ ผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ตามเกณฑ์ที่กำหนด ดังนี้

หลักเกณฑ์การขอผ่อนผันให้ นศท.เรียนชดเชย กรณีเข้าร่วมโครงการต่างๆ ดังนี้

 

           1. โครงการเพื่อส่งเสริมสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งจัดโดยหน่วยงานราชการหรือองค์การต่างๆ

           2. โครงการของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

           3. โครงการส่งเสริมโอลิมปิควิชาการ และมาตรฐานวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ (สอวน.)

           4. โครงการประเมินผลคุณภาพการศึกษาระดับประเทศ (GAT/PAT) และการสอบตรงเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และการแข่งขันการตอบปัญหาทางการศึกษาระดับชาติ

           5. โครงการต่อต้านยาเสพติด ซึ่งจัดโดยหน่วยงานราชการหรือองค์กรต่างๆ

           6. โครงการมูลนิธิการศึกษาและวัฒนธรรมสัมพันธ์ไทย – นานาชาติ (เอเอฟเอส ประเทศไทย)

           7. การเป็นผู้แทนของประเทศเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศ และกีฬาแห่งชาติ หรือตัวแทนร่วมกิจกรรมในต่างประเทศ

หมายเหตุ ต้องมีหนังสือจากสถานศึกษาวิชาทหารพร้อมหลักฐานการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว

สิทธิ์ของ นศท.

นักศึกษาที่เรียนรักษาดินแดน จะได้รับสิทธิ์ดังต่อไปนี้

ระหว่างเข้ารับการฝึกวิชาทหาร

การแต่งเครื่องแบบ บุคคลที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดง ประกาศมีสภาพเป็นนักศึกษาวิชาทหาร หลังจากได้รับการฝึกวิชาทหารไม่น้อยกว่า 16 ชั่วโมง มีสิทธิแต่งเครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหารได้ ตาม พ.ร.บ.เครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหาร พ.ศ.2521

ได้รับยกเว้นการตรวจเลือกทหาร

ลดวันรับราชการทหาร และการเพิ่มคะแนนพิเศษ ได้รับยกเว้นการเรียกมาตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำในยามปกติตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.2497

เมื่อสำเร็จการฝึกวิชาทหาร

จะได้รับการแต่งตั้งยศตามระเบียบ กห. ว่าด้วยการแต่งตั้งยศตามหลักสูตร กห. ว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ.2538

การขอรับหนังสือสำคัญประจำตัว

เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วนักศึกษาวิชาทหารจะได้รับหนังสือสำคัญประจำตัววิทยฐานะการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 3 และชั้นปีที่ 5 จากศูนย์การกำลังสำรองหรือศูนย์ฝึกวิชาทหาร และสำหรับนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 ชาย จะได้รับสมุดประจำตัวทหารกองหนุนประเภทที่ 1 (สด.8) โดยนำหนังสือสำคัญประจำตัววิทยฐานะไปติดต่อขอรับที่สัสดีอำเภอ/เขตตามภูมิลำเนาทหารที่ลงชื่อเป็นทหารกองเกินไว้

ข้อผูกพันต่อทางราชการ

เมื่อสำเร็จการศึกษาวิชาทหารตามหลักสูตร การฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 3หรือชั้นปีที่ 5 แล้วจะต้องเข้ารับราชการทหารในการเรียกพล เพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหารทดลองความพรั่งพร้อม หรือการระดมพลตามที่ทางราชการได้มีหมายเรียกพล หรือด้วยวิธีใดให้ไปรับราชการทหารดังกล่าวมีกำหนดเวลา 10 ปี ตามระบบควบคุมกำลังสำรองนับตั้งแต่วันที่สำเร็จการฝึกวิชาทหาร ชั้นปีที่ 3 และเมื่อถูกเรียกพลให้ถือว่าเป็นปีแรกตามเงื่อนไขที่ผูกพัน หากหลีกเลี่ยง ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษตาม พ.ร.บ. รับราชการทหาร พ.ศ.2497 มาตรา 46,47